ดอยหลวงเชียงดาว
การจองและค่าใช้จ่าย
จองได้ทางเว็บไซต์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวช่องทางเดียว: q.wildlifesanctuaryfca16.com
หน้าหลักของเขตฯ: wildlifesanctuaryfca16.com
ซีซั่น 2569–2570 ระบบเปิด 26 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ถึง 30 ต.ค. 2569 เวลา 16.00 น.
ขึ้นได้ 16 พ.ย. 2569 ถึง 13 ก.พ. 2570 (13 ก.พ. เป็นวันเดินลง) คืนวันพุธจองไม่ได้ ค้างได้คืนเดียว และรับวันละ 100 คน
ขั้นตอนคือ ยอมรับข้อตกลง > เลือกวัน > ขอรหัส > กรอกข้อมูล > เลือกบริการ > ยืนยัน > โอนเงินภายใน 6 ชั่วโมง
วันขึ้นพกเงินสดไปจ่ายค่าเข้าเขตฯ ค่าพื้นที่เต็นท์ และมัดจำขยะ ส่วนค่าลูกหาบจ่ายกับลูกหาบโดยตรง
ต้องไปอบรมที่วัดถ้ำเชียงดาวก่อนขึ้น 1 วัน (ระบบบอกเวลา 13.00–15.00 น. แนะนำให้เช็กกับเขตฯ อีกที) ถ้าไม่ไปจะเสียสิทธิ์และไม่ได้เงินคืน
จองแล้วเปลี่ยนวันหรือเปลี่ยนชื่อไม่ได้ และไม่คืนเงิน
เอกสารที่ต้องพก: บัตรประชาชนตัวจริงหรือ Passport, หลักฐานการจอง, ใบขออนุญาตเข้าพื้นที่ และเตรียมใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 7 วันไปเผื่อด้วย
โทรถามเขตฯ ได้ที่ 064-946-6739 หรือ 081-169-7616
ติดต่อสอบถาม
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว (เบอร์ 2)
ค่าใช้จ่าย
ปีนี้ระบบจองมีรายชื่อค่าใช้จ่ายให้ดูแล้ว แต่ยังไม่บอกราคา ตัวเลขข้างล่างจึงเป็นราคาที่คนเคยไปเล่าไว้ เราใส่ปีไว้ให้ด้วย ปีนี้อาจต่างไป ถ้าจะเอาตัวเลขเป๊ะ แนะนำให้เช็กกับเขตฯ อีกที
จ่ายอะไรบ้างตามระบบจอง
โอนออนไลน์ภายใน 6 ชั่วโมง: ค่าระบบบริหารจัดการ/กองทุน ค่าธรรมเนียมการจอง ค่าอบรม ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าคนนำทาง ค่ารถรับส่ง ค่าจัดการขยะ ค่าชุดขับถ่าย และค่าเช่าอุปกรณ์ (ระบบยังไม่ได้บอกชัดว่าอันไหนอยู่ก้อนไหน)
จ่ายเงินสดที่เขตฯ ในวันขึ้น: ค่าเข้าเขตฯ ค่าพื้นที่กางเต็นท์ (ถ้าเอาเต็นท์ไปเอง) และมัดจำขยะ
ราคาโดยประมาณที่คนเคยจ่าย
ค่าเข้าเขตฯ: ราว 20–30 บาทต่อคน (ไม่ระบุปี)
ค่าพื้นที่กางเต็นท์: ราว 30 บาทต่อหลัง (ไม่ระบุปี)
มัดจำขยะ: ราว 500 บาทต่อคน ได้คืนตอนนำขยะลงมาครบ (ไม่ระบุปี)
ค่าอบรม: ราว 100 บาท (ซีซั่น 2568)
ลูกหาบ: ราว 60 บาทต่อกิโล ไปจนถึง 1,000–1,500 บาทต่อลูกหาบ (ตัวเลขปี 2569) แบกได้ไม่เกิน 20 กก. และจ่ายกับลูกหาบโดยตรง
รถไปเด่นหญ้าขัด: ราว 2,400–2,800 บาทต่อคัน คันละไม่เกิน 5 คน (ตัวเลขจากหลายปี เก่าสุดคือปี 2563)
ค่าเช่าอุปกรณ์ (ปี 2563): เต็นท์ราว 300 ถุงนอน 100 แผ่นรองนอน 50 เตา 100 บาท
รวมที่จ่ายให้เขตฯ: มีคนเล่าว่าราว 1,900 บาทต่อคน (ไม่ระบุปี)
งบรวมถ้าไปเอง: ราว 3,000–6,000 บาทต่อคน (ประเมินปี 2569)
เตรียมตัวก่อนไป
คำแนะนำสำหรับมือใหม่
จองดอยหลวงเชียงดาวยังไง ทีละขั้น
เว็บที่ต้องใช้
ปีนี้เขตฯ เปิดให้จองทางเว็บไซต์ช่องทางเดียว ไม่มีจองทางโทรศัพท์หรือฝากใครจองแทน ลิงก์ที่ควรบุ๊กมาร์กไว้มีดังนี้
ขอรหัสและจองสิทธิ์: https://q.wildlifesanctuaryfca16.com/
หน้าหลักของเขตฯ (ประกาศ สภาพอากาศ เช็กสถานะการจอง และอบรมออนไลน์): https://wildlifesanctuaryfca16.com/chiangdao
เพจ Facebook ของเขตฯ ไว้ติดตามประกาศล่าสุด: https://www.facebook.com/profile.php?id=100064346786079
ตอนนี้ (19 ต.ค. 2569) หน้าจองยังขึ้นว่าระบบยังไม่เปิด ใจเย็นๆ รอวันที่ 26 ต.ค. ได้เลย
เตรียมอะไรไว้ก่อนระบบเปิด
ระบบจะให้กรอกข้อมูลของทุกคนในกลุ่ม ถ้าเตรียมไว้ก่อนจะกรอกได้เร็วกว่ากันมาก
คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน และวันเดือนปีเกิด (ชาวต่างชาติใช้เลข Passport)
ใบขออนุญาตเข้าพื้นที่ที่กรอกครบแล้ว
วันที่อยากขึ้น และวันสำรองอีกสักวัน อย่าลืมว่าคืนวันพุธจองไม่ได้
คิดไว้เลยว่าจะเอารถรับส่ง ลูกหาบ หรือเช่าอุปกรณ์อะไรบ้าง
มีข่าวช่วงประกาศบอกว่าจองได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน แต่ในระบบเรายังไม่เห็นเงื่อนไขนี้ แนะนำให้เช็กกับเขตฯ อีกที
กดจองทีละคลิก
ข้อตกลง: อ่านให้จบ (จองแล้วเปลี่ยนวันหรือเปลี่ยนชื่อไม่ได้ และไม่คืนเงิน) จากนั้นติ๊ก "ฉันยอมรับข้อตกลง" แล้วกด "ถัดไป"
วิธีการลงทะเบียน: อ่านช่วงเวลาที่ระบบเปิดและเงื่อนไขต่างๆ
เลือกวัน: เลือกได้ระหว่าง 16 พ.ย. 2569 ถึง 13 ก.พ. 2570 วันละไม่เกิน 100 คน
ยืนยันการขอรหัส: ระบบจะออกรหัสลงทะเบียนให้ จดหรือแคปเก็บไว้ เพราะต้องใช้เปิดดูการจองภายหลัง
กรอกข้อมูล: ใส่ข้อมูลของทุกคนในกลุ่ม
เลือกบริการ: รถรับส่ง (เหมาคันหรือแชร์) ลูกหาบ และอุปกรณ์เช่า
ยืนยันการจอง: เช็กให้ดีก่อนกด เพราะกดแล้วแก้ไม่ได้
จ่ายเงินภายใน 6 ชั่วโมง แล้วเข้าไปดูสถานะได้ที่เมนู "ตรวจสอบสถานะการจอง" บนเว็บเขตฯ
จ่ายเงินยังไง
ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็นสองก้อน
ก้อนแรกโอนออนไลน์ภายใน 6 ชั่วโมงหลังจอง: ระบบมีรายการอย่างค่าระบบบริหารจัดการ/กองทุน ค่าธรรมเนียมการจอง ค่าอบรม ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าคนนำทาง ค่ารถ ค่าจัดการขยะ ค่าชุดขับถ่าย และค่าเช่าอุปกรณ์ ตอนนี้ระบบยังไม่ได้บอกชัดว่ารายการไหนอยู่ก้อนไหน
ก้อนที่สองจ่ายเป็นเงินสดที่สำนักงานเขตฯ ในวันขึ้น: มีค่าเข้าเขตฯ ค่าพื้นที่กางเต็นท์ (ถ้าเอาเต็นท์ไปเอง) และเงินมัดจำขยะ ส่วนค่าลูกหาบจ่ายกับลูกหาบตรงๆ เขตฯ ขอให้เตรียมเงินสดให้พอดี
จากที่คนเคยไปเล่ากันไว้ ค่าเข้าเขตฯ อยู่ราว 20–30 บาท ค่ากางเต็นท์ 30 บาท และมัดจำขยะ 500 บาทต่อคน ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้ระบุปี ปีนี้อาจต่างไปนิดหน่อย
เอกสารที่ต้องพกไป
บัตรประชาชนตัวจริง (ชาวต่างชาติใช้ Passport)
หลักฐานการจองหรือรหัสลงทะเบียน
ใบขออนุญาตเข้าพื้นที่
ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 7 วัน คนที่เคยไปเล่าว่าเจ้าหน้าที่ขอดูตอนอบรมหรือตอนลงทะเบียน แต่ในระบบจองปีนี้ยังไม่เห็นเขียนไว้ เตรียมไปเผื่อไว้ก่อนดีกว่า
เงินสด
วันอบรม (ห้ามพลาด)
ทุกคนต้องไปอบรมก่อนขึ้น 1 วัน ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่บ้านถ้ำ (วัดถ้ำเชียงดาว) ถ้าไม่ไปจะเสียสิทธิ์และไม่ได้เงินคืนเลย
เรื่องเวลาต้องระวังนิดหนึ่ง ข้อความภาษาไทยในระบบจองเขียนว่า 13.00–15.00 น. แต่หน้าภาษาอังกฤษเขียนว่า 09.30–12.00 น. เราจึงยึดเวลาตามภาษาไทยไว้ก่อน แนะนำให้โทรถามเขตฯ อีกที คนที่เคยไปเล่าว่าเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 11.30 น. อบรมจริงลากยาวถึงราว 16.00 น. และจะให้จองน้ำหนักลูกหาบกันตอนอบรมเลย
บนเว็บเขตฯ ยังมีเมนู "อบรมออนไลน์" (https://cmu.to/chiangdao101) ด้วย แต่ยังไม่มีประกาศว่าเรียนออนไลน์แล้วไม่ต้องไปที่วัด ฉะนั้นวางแผนไปอบรมที่วัดไว้ก่อนเลย
คนนำทางและลูกหาบ
ทุกกลุ่มต้องมีคนนำทาง ระบบกำหนดคนนำทาง 1 คนต่อผู้เดิน 10 คน
ส่วนลูกหาบจะจ้างหรือไม่ก็ได้ ลูกหาบ 1 คนแบกได้ไม่เกิน 20 กก. และคุณจ่ายเงินกับลูกหาบเอง ถ้ากลุ่มมีไม่ถึง 3 คน จะจองลูกหาบในระบบไม่ได้ ให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนอบรมแทน วันขึ้นเขาจะชั่งกระเป๋าก่อนส่งให้ลูกหาบ จัดน้ำหนักให้ตรงกับที่จองไว้นะ
เรื่องราคา แต่ละปีไม่เหมือนกัน มีคนเล่าว่าคิดราว 60 บาทต่อกิโล บางที่ประเมินไว้ 1,000–1,500 บาทต่อลูกหาบ (ตัวเลขปี 2569) ส่วนปี 2563 อยู่ที่ราว 1,000 บาทต่อ 20 กก.
เทคนิคที่อยากบอกก่อนไป
จองให้ทัน
ระบบเปิด 26 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ปีที่แล้วมีคนเล่าว่าคิวเต็มภายในราวชั่วโมงเดียว ฉะนั้นเตรียมข้อมูลทุกคนให้พร้อม มีวันสำรองที่ไม่ใช่คืนวันพุธ และเปิดแอปธนาคารรอไว้ จะได้โอนทันภายใน 6 ชั่วโมง ถ้าจองไม่ทันจริงๆ ลองดูทริปบน TripsHub ได้ แต่ทริปจะยืนยันที่นั่งได้ก็ต่อเมื่อผู้จัดได้สิทธิ์จากระบบของเขตฯ แล้ว
จัดเป้ยังไง
แยกเป้เป็นสองใบ ใบใหญ่ส่งลูกหาบ (ชั่งก่อนส่ง ไม่เกินน้ำหนักที่จองไว้ และไม่เกิน 20 กก. ต่อลูกหาบ) ใบเล็กแบกเอง ใส่น้ำ ขนม เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว และไฟฉาย ของอย่างถุงนอน หม้อสนาม และแก๊สกระป๋อง ต้องแบกเองหรือส่งลูกหาบ อย่าลืมพกถุงไว้ใส่ขยะลงมาด้วย
ทางชัน ขึ้นลงยังไงให้รอด
ช่วงจากอ่างสลุงขึ้นยอดทั้งแคบและชัน หินก็คม ต้องใช้มือช่วยปีนอยู่หลายจุด ใส่ถุงมือหนา และใช้ ไฟฉายคาดหัว มือจะได้ว่าง ถ้าฝนตก เจ้าหน้าที่อาจไม่ให้ขึ้นยอด ขาลงมีไม้เท้าเดินป่าจะช่วยเข่าได้เยอะ และต้องออกเดินลงไม่เกิน 10.00 น.
กันหนาว
ข้างบนหนาวจริง และลมแรงมาก ตอนรอพระอาทิตย์บนยอดต้องอยู่ข้างบนเป็นชั่วโมง เอาเสื้อกันหนาวแบบกันลมไป ใส่เป็นชั้นๆ และเลือกถุงนอนที่กันหนาวได้จริง
พระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
ส่วนใหญ่จะออกจากแคมป์ราวตีห้าครึ่ง เดินขึ้นยอดราว 40–45 นาที เวลาพระอาทิตย์ขึ้นแต่ละวันไม่เท่ากัน เช็กตามวันที่คุณไป และทำใจไว้นิดหนึ่ง ยอดดอยมีเมฆหมอกเกือบทั้งปี บางวันทะเลหมอกสวยมาก บางวันก็ขาวโพลนไปหมด
มุมถ่ายรูป
ยอดดอยหลวง: ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น
อ่างสลุง: ตอนกลางคืน ข้างบนแทบไม่มีแสงไฟ ดาวเต็มฟ้า
ระหว่างทาง: จะเห็นดอยสามพี่น้องกับดอยกิ่วลม
ห้ามบินโดรนนะ
ดอกไม้ที่หาดูที่อื่นยาก
ดอยหลวงเชียงดาวมีพืชที่หาที่อื่นในไทยแทบไม่ได้ เดินช้าๆ แล้วมองรอบตัวดูบ้าง
เทียนเชียงดาว: พืชเฉพาะถิ่นของไทย มีที่ดอยเชียงดาวที่เดียว พบช่วงความสูง 1,000–2,000 ม.
กุหลาบขาวเชียงดาว: พบช่วง 1,600–2,200 ม.
เจราเนียมเชียงดาว: พืชเฉพาะถิ่น พบช่วง 1,900–2,200 ม.
ค้อเชียงดาว: ปาล์มที่มีที่ดอยหลวงเชียงดาวที่เดียว พบช่วง 1,700–2,150 ม.
ชมพูเชียงดาว: พืชถิ่นเดียวของไทย ขึ้นตามเขาหินปูนโล่งๆ ช่วง 1,800–2,100 ม.
ฟองหินเหลือง และเทียนนกแก้ว: เจอได้ระหว่างทาง
ดูได้ ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามเด็ด ถ้าโชคดีอาจได้เห็นสัตว์ประจำถิ่นอย่างเลียงผา เสือลายเมฆ หรือค่างแว่นถิ่นเหนือด้วย
ประหยัดเงิน
เลือก "แชร์ค่ารถ" แทนการเหมาคัน
เอาเต็นท์และอุปกรณ์ของตัวเองไป จะเสียแค่ค่าพื้นที่กางเต็นท์
ส่งของให้ลูกหาบเท่าที่จำเป็น บางเจ้าคิดตามน้ำหนัก
เก็บขยะลงมาให้ครบ เพื่อรับมัดจำคืน
เรื่องที่คนพลาดกันบ่อย
ไปอบรมไม่ทัน หรือลืมว่าต้องไปก่อน 1 วัน
โอนเงินไม่ทันภายใน 6 ชั่วโมง
จองตรงคืนวันพุธ
ลืมบัตรประชาชนตัวจริงหรือใบรับรองแพทย์
ไม่ได้พกเงินสดไป
ขยะไม่ครบ เลยไม่ได้มัดจำคืน
ไม่ได้เช็กรถขากลับจากเชียงดาว
รายละเอียดเส้นทาง
ดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาหินปูนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซีซั่น 2569–2570 นี้ เปิดให้จองทางเว็บไซต์ของเขตฯ ช่องทางเดียว ตั้งแต่ 26 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ถึง 30 ต.ค. 2569 เวลา 16.00 น. แล้วขึ้นดอยได้ 16 พ.ย. 2569 ถึง 13 ก.พ. 2570 (13 ก.พ. เป็นวันเดินลง) ค้างได้คืนเดียว รับวันละ 100 คน และไม่รับจองคืนวันพุธ
จุดที่คนพลาดกันบ่อยมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือต้องโอนเงินภายใน 6 ชั่วโมงหลังจอง เรื่องที่สองคือ ต้องไปอบรมที่วัดถ้ำเชียงดาวก่อนขึ้น 1 วัน ถ้าไม่ไปจะถือว่าสละสิทธิ์และไม่ได้เงินคืน เส้นทางที่เปิดให้เดินมีเส้นเดียว คือเด่นหญ้าขัด – อ่างสลุง – ยอดดอย
อัปเดตล่าสุด 19 ต.ค. 2569 · เขียนและตรวจข้อมูลโดย TripsHub Editorial
สำหรับมือใหม่: ต้องเตรียมตัวแค่ไหน
ร่างกาย
วันแรกต้องเดินขึ้นราว 8.5 กม. คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 4–7 ชั่วโมง ครึ่งหลังจะชันขึ้นเรื่อยๆ เช้าวันที่สองต้องตื่นขึ้นยอด (อีกราว 0.7 กม.) แล้วเดินลงอีก 8.5 กม. มือใหม่ไปได้ แต่ควรซ้อมก่อน ลองเดินขึ้นเนินหรือขึ้นบันไดพร้อมเป้สักเดือนครึ่ง จะสนุกกับทริปขึ้นเยอะ
เดินทางไปยังไง
จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ได้ทั้งเครื่องบิน รถไฟ และรถทัวร์ ขอแค่ไปให้ถึงเชียงดาวก่อนเวลาอบรม ถ้าไม่อยากวางแผนเอง ทริปจากกรุงเทพฯ บน TripsHub ส่วนใหญ่รวมรถตู้ไว้แล้ว และมักเป็นแบบ 3 วัน 2 คืน
จากเชียงใหม่ เมื่อปี 2563 มีรถเมล์แดงจากขนส่งช้างเผือกไปเชียงดาวทุกชั่วโมง ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง ปีนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว ที่สำคัญคือเช็กรถขากลับให้ดี คนพลาดกันตรงนี้เยอะ
จากเขตฯ ไปจุดเริ่มเดิน ต้องนั่งรถรับส่งของเขตฯ ไปเด่นหญ้าขัด คันละไม่เกิน 5 คน เลือกได้ว่าจะเหมาคันหรือแชร์ (ถ้าแชร์ต้องรอคนอื่นมาร่วมด้วย) ทางใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมง และจะผ่านด่านตรวจบัตรที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านยางทุ่งโป่ง ค่ารถที่คนเคยจ่ายอยู่ราว 2,400–2,800 บาทต่อคัน ตัวเลขนี้มาจากหลายปี ปีนี้อาจไม่เท่านี้
ตัวอย่างแผน 3 วัน 2 คืน (ไปเอง)
วันแรก (วันก่อนขึ้น): ไปถึงเชียงดาว เข้าอบรมที่วัดถ้ำเชียงดาว ยื่นเอกสาร จองน้ำหนักลูกหาบ ซื้อเสบียง แล้วนอนในเชียงดาว
วันที่สอง (วันขึ้น): ไปถึงสำนักงานเขตฯ ราว 07.00–08.00 น. ลงทะเบียน จ่ายเงินสด วางมัดจำขยะ ชั่งกระเป๋า แล้วนั่งรถไปเด่นหญ้าขัด เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเพราะที่นี่เป็นห้องน้ำจุดสุดท้าย จากนั้นเดินไปอ่างสลุงและกางเต็นท์
วันที่สาม (วันลง): ตื่นตีห้าครึ่ง ขึ้นยอดไปรอพระอาทิตย์ขึ้น ลงมาเก็บของ ออกเดินลงไม่เกิน 10.00 น. ถึงข้างล่างแล้วนั่งรถกลับเขตฯ คืนขยะ รับมัดจำคืน แล้วกลับบ้าน
อากาศหนาวแค่ไหน
เขตฯ บอกว่าหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อุณหภูมิบนดอยอาจลงไปต่ำกว่า 0°C หน้าร้อนข้างบนก็ยังเย็น ส่วนหน้าฝนทางจะลื่น ยอดดอยมีเมฆหมอกเกือบทั้งปี และอากาศเปลี่ยนเร็วมาก เทียบให้เห็นภาพ ช่วงธันวาคม 2568 มีการคาดการณ์ว่าตัวเมืองเชียงใหม่จะต่ำสุดราว 17–19°C ส่วนบนยอดดอยสูงๆ จะหนาวถึงหนาวจัด และบนดอยหลวงก็หนาวกว่าในเมืองเยอะ
นอนที่ไหน
บนดอยค้างได้คืนเดียว ที่จุดพักแรมอ่างสลุงเท่านั้น ถ้าไม่มีเต็นท์ เขตฯ มีเต็นท์ (นอน 2 คน) ถุงนอน แผ่นรองนอน เตาแก๊ส หม้อสนาม แก๊สกระป๋อง และชุดครัวให้เช่า แต่ของมีจำกัด จองไม่ทันก็ต้องเตรียมไปเอง บางอย่างรับคืนที่สำนักงานเขตฯ บางอย่างรับคืนที่จุดพักเจ้าหน้าที่บนดอย ค่าเช่าเมื่อปี 2563 อยู่ราว เต็นท์ 300 ถุงนอน 100 แผ่นรองนอน 50 เตา 100 บาท ปีนี้น่าจะต่างไป
คืนก่อนขึ้นก็นอนในเชียงดาว ปี 2563 มีคนจ่ายห้องพักราว 350 บาทต่อคืน
กิน ดื่ม เข้าห้องน้ำ และสัญญาณมือถือ
อาหาร: ห้ามก่อไฟ และห้ามทำอาหารที่มีควันหรือกลิ่นแรง ใช้เตาแก๊สเท่านั้น
ขยะ: ห้ามพลาสติกใช้ครั้งเดียว โฟม และทิชชู่เปียก เจ้าหน้าที่จะนับขยะทั้งตอนขึ้นและตอนลง ถ้าครบก็ได้มัดจำคืน
น้ำ: เตรียมน้ำขึ้นไปเองให้พอ เพราะบนดอยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนเรื่องแหล่งน้ำที่อ่างสลุง แนะนำให้ถามเขตฯ ตอนอบรม
ห้องน้ำ: ห้องน้ำจุดสุดท้ายอยู่ที่เด่นหญ้าขัด ขึ้นไปแล้วใช้ชุดขับถ่ายที่เขตฯ ให้
สัญญาณมือถือ: เรายังไม่มีข้อมูลที่แน่ใจ บอกแผนเดินทางกับคนที่บ้านไว้ก่อนขึ้นจะอุ่นใจกว่า
กติกาที่ต้องรู้
ดอยหลวงเชียงดาวเปิดให้เดินเส้นเดียว คือจากหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก (เด่นหญ้าขัด) ไปอ่างสลุงแล้วขึ้นยอด ห้ามออกนอกเส้นทาง อาจมีคนพูดถึงเส้นปางวัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่เปิดให้ใช้
ระหว่างทาง ต้องเดินกับคนนำทางและเดินขึ้นลงตามเวลาที่กำหนด ของที่ห้ามมีโดรน แอลกอฮอล์ พลาสติกใช้ครั้งเดียว โฟม ทิชชู่เปียก และสัตว์เลี้ยง ห้ามก่อไฟ ห้ามให้อาหารสัตว์ และห้ามเก็บอะไรจากธรรมชาติกลับมา
อีกเรื่องที่อยากให้รู้ไว้ ดอยหลวงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนในชุมชน ช่วงปี 2527–2534 เคยมี "เทศกาลพิชิตยอดดอย" ที่ทิ้งขยะไว้มากจนต้องยกเลิก แล้วเปลี่ยนมาเป็นการเดินศึกษาธรรมชาติแบบควบคุมจนถึงทุกวันนี้ เพราะอย่างนั้น เก็บไปแค่ภาพถ่าย และทิ้งไว้แค่รอยเท้านะ
ติดต่อเขตฯ: โทร 064-946-6739 หรือ 081-169-7616 อีเมล chiangdaowildlifefca16@gmail.com
คำถามที่พบบ่อย
ดอยหลวงเชียงดาวอยู่ที่ไหน
ดอยหลวงเชียงดาวอยู่ที่ เชียงใหม่
เส้นทางดอยหลวงเชียงดาวยากแค่ไหน
ระดับความยาก ปานกลาง (3 จาก 5)
ช่วงไหนเหมาะไปดอยหลวงเชียงดาว
ช่วงที่แนะนำ 16 พ.ย. - 13 ม.ค. — มีดอกไม้ อากาศดี วิวสวย
ต้องจองก่อนไปดอยหลวงเชียงดาวไหม
เปิด 2000-11-16 ถึง 2000-02-13 — จองได้ทางเว็บไซต์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวช่องทางเดียว: https://q.wildlifesanctuaryfca16.com/ หน้าหลักของเขตฯ: https://wildlifesanctuaryfca16.com/chiangdao ซีซั่น 2569–2570 ระบบเปิด 26 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ถึง 30 ต.ค. 2569 เวลา 16.00 น. ขึ้นได้ 16 พ.ย. 2569 ถึง 13 ก.พ. 2570 (13 ก.พ. เป็นวันเดินลง) คืนวันพุธจองไม่ได้ ค้างได้คืนเดียว และรับวันละ 100 คน ขั้นตอนคือ ยอมรับข้อตกลง > เลือกวัน > ขอรหัส > กรอกข้อมูล > เลือกบริการ > ยืนยัน > โอนเงินภายใน 6 ชั่วโมง วันขึ้นพกเงินสดไปจ่ายค่าเข้าเขตฯ ค่าพื้นที่เต็นท์ และมัดจำขยะ ส่วนค่าลูกหาบจ่ายกับลูกหาบโดยตรง ต้องไปอบรมที่วัดถ้ำเชียงดาวก่อนขึ้น 1 วัน (ระบบบอกเวลา 13.00–15.00 น. แนะนำให้เช็กกับเขตฯ อีกที) ถ้าไม่ไปจะเสียสิทธิ์และไม่ได้เงินคืน จองแล้วเปลี่ยนวันหรือเปลี่ยนชื่อไม่ได้ และไม่คืนเงิน เอกสารที่ต้องพก: บัตรประชาชนตัวจริงหรือ Passport, หลักฐานการจอง, ใบขออนุญาตเข้าพื้นที่ และเตรียมใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 7 วันไปเผื่อด้วย โทรถามเขตฯ ได้ที่ 064-946-6739 หรือ 081-169-7616
ไปกับทัวร์
รอบที่ใกล้ที่สุดของแต่ละทัวร์ · กดดูรอบอื่นและจองได้เลย
อัปเดตจากผู้ที่ไปมา
สภาพเส้นทาง อากาศ ค่าใช้จ่ายล่าสุด จากคนที่เพิ่งไปมา
เข้าสู่ระบบเพื่อแชร์ข้อมูลกับนักเดินป่าคนอื่น
ยังไม่มีใครแชร์ข้อมูลของเส้นทางนี้ — ถ้าเพิ่งไปมา มาเป็นคนแรกกัน
ข้อมูลไม่ตรง หรือเพิ่งไปมา?
ใครก็ช่วยอัปเดตหน้านี้ให้นักเดินป่าคนต่อไปได้
สำรวจเส้นทางอื่น
เส้นทางเดินป่าที่นักเดินป่าช่วยกันรวบรวม
